ความรู้สึกในการดูหนังแวมไพร์ Twilight ภาคก่อนๆของเราก็คือชอบน้อยลงมาเรื่อยๆ คือภาคแรกก็ไม่ได้ชอบอะไรมากมายอยู่แล้ว ภาคต่อๆมาก็เลยแบบว่า... อ่านะ (แต่ก็ดูโรงมันครบทุกภาคเลยนะ ฮา) สำหรับภาคสุดท้าย 'The Twilight Saga: Breaking Dawn: Part 2' ช่วงแรกอาจจะตะหงิดๆกลิ่นตุๆว่าไอ้แวมไพร์มันเล่นกูอีกแล้ว แต่พอถึงจุดๆหนึ่ง เออ มันมีอะไรเข้าท่าว่ะ : )

 

 

ภาคนี้เล่าเรื่องต่อจากภาคที่แล้วทันที เบลล่ากลายเป็นแวมไพร์ ลูกสาวเรเนสเม่ก็แข็งแรงโตวันโตคืน เหล่าแวมไพร์ตระกูลคัลเลนยังอยู่ดี แต่ดันมีหมาป่าเจคอบมานั่งเนียนเสนอหน้าอยู่ด้วยในแทบทุกจะฉาก ฮา เบลล่าต้องหัดควบคุมตัวเองไม่ให้อยากเลือด ต้องตัดขาดจากพ่อ แถมความพิเศษของเรเนสเม่ ยังนำพาปัญหากับพวกโวลตูรีที่จ้องจะหาเรื่องอยู่แล้วมาให้ และเบลล่ายังต้องมาฝึกควบคุมความสามารถพิเศษของตัวเองอีก

 

ขอติก่อน แล้วเดี๋ยวค่อยชมตอนท้าย ฮ่าฮ่า :D จุดอ่อนอย่างแรงของภาคนี้ที่เราไม่ชอบมากๆเลยก็คือ ขอเล่านะ (สปอยส์นิดนึง) ปมแรกคือเบลล่า กับการหักห้ามใจไม่ให้อยากเลือดมนุษย์และต้องฝึกควบคุมพลังตัวเอง ปมที่สองก็คือความลับที่ปกปิดพ่อของเบลล่าเอาไว้ และปมใหญ่สุดท้ายคือปัญหากับพวกโวลตูรี ถ้าเป็นหนัง (เจ๋งๆ) เรื่องอื่นๆ มันคงจะขมวดปมทั้ง 3 เข้าด้วยกันให้แน่น แล้วค่อยๆมาคลายทีละเปราะตอนไคลแมกท้ายๆเรื่อง หรือคลายสักปมก่อนเข้าไคลแมกก็ยังดี

 

แต่หนังเรื่องนี้กลับเลือกที่จะค่อยคลี่คลายกันไปทีละปม เบลล่าควบคุมตัวเองได้ เคลียร์ปัญหากับพ่อ ฝึกวิชาสำเร็จ พอปัญหาเหล่านี้หมดแล้วจึงเข้าไปเริ่มแก้ปัญหาใหญ่กับพวกโวลตูรี อันที่จริงวิธีนี้มันก็ไม่ได้ผิดบาปอะไรมาก แต่มันให้ได้แค่อารมณ์ลุ้นกันนิดๆ ว่ากันไปทีละเรื่องๆ ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่ามีปัญหาประดังเข้ามา แล้วมาลุ้นตัวโก่งกันตอนท้าย ซึ่งจริงๆแล้วนี่มันเป็นสูตรมาตรฐานของหนังทั่วไปที่ใช้ได้ผลนะ ทำไมไม่เอามาใช้ล่ะ : )

 

 

ส่วนความเนิบนาบหยาดเยิ้มตอนต้นเรื่องนี่ไม่เท่าไหร่ ชินแล้ว ดูมา 4 ภาคแล้ว รับได้แล้ว ฮ่าๆ แต่ฉากใหญ่ฉากสุดท้ายนี่มันกระป๋องกระแป๋งเกินไปรึเปล่า เหมือนเด็กยกพวกตีกันเลย ไม่ยิ่งใหญ่สมกับเป็นภาคสุดท้ายเลยอ่ะ คือเอาง่ายๆ มันไม่เอพิคอ่ะ อะไรกัน เล่นถอดหัวกันเหมือนเล่นเลโก้เลย แล้วไหนว่าโวลตูรีน่ากลัว แล้วไหนว่าเจนโหด แล้วไหนว่าลูคัสเทพ แล้วไหนว่าบลาบลาบลาฯไปจนกระทั่ง...

 

ต่อจากนี้อาจมีสปอยส์อย่างรุนแรงเลยนะครับ

 

...มันหักมุมแบบว่าเงิบกันทั้งโรง เออ ไอ้เรื่องหักมุมมันไม่เท่าไหร่หรอก แต่บรรยากาศในโรงนี่สิครับ คนเฮกันลั่น ตบมือกันเกรียวกราว เฮ้ย เราแทบไม่เจอเคยอะไรแบบนี้มาก่อนเลย คือเราโอเคกับจุดหักมุมนะ มันเป็นทางออกที่ดีของหนังวัยรุ่นที่ไม่ต้องไปเน้นโศกนาฏกรรมอะไรมาก (เอ๊ะ แต่แฮรี่ก็หนังวัยรุ่นนี่หน่า ฮา) แต่บรรยากาศในโรงนี่ดิ หลังจากนั้นก็เฮฮาปาร์ตี้ และดูจะมีความสุขกันมากๆจนถึงจบเครดิต แถมจบแล้วยังตบมือกันอีกด้วย แหม สงสัยจะฟินกันจริงๆสินะ ฮา

 

คือมันทำให้เราเข้าใจ (จริงๆ สักที) ว่าคนสร้างเขารู้จุดหมายของตัวเองดี เขารู้ว่าทำหนังมาให้ใครดู ทำมาสนองความต้องการของใคร แล้วมันก็ตรงเป้าอ่ะ บรรยากาศในโรงมันดีมากๆ อารมณ์ร่วมมันดีมากๆ เราเลยสนุกไปด้วยเลย ก็เลยกลายเกิดเป็นความประทับใจแบบแปลกๆที่มีให้กับหนังเรื่องนี้ไป คือหลังจากจุดหักมุม หนังมันก็สนุกขึ้น มุกตลกก็ไม่ฝืดอีกต่อไปแล้ว แถมได้อารมณ์ของคนดูมาช่วยเน้นอีก อืม มันต้องมีมนต์วิเศษอะไรสักอย่างแน่เลย : )

 

 

ในเรื่องของนักแสดง สุดแสนจะเฉยๆกับ Robert Pattinson และ Kristen Stewart (เรื่องอื่นเธอสวยกว่านี้เยอะ) ชอบหน้ากวนๆของ Taylor Lautner แต่ก็ยังไม่เท่าดาราคนโปรดที่ทำไมต้องไปอยู่ฝั่งตัวร้ายกันหมดเลยนะ Maggie Grace สวยเฟี้ยวเชียวนะฮะ, Dakota Fanning โอยยย น้องแค่ดึงหน้านิ่งส่ายลูกตาไปมาก็สยบแวมไพร์ทุกตัวบนโลกได้แล้วจ้ะ และสุดท้าย Michael Sheen สุดยอดมาก แม้แต่บทแบบนี้น้าแกยังสุดยอดมาก กราบ _/\_ ส่วนคนอื่นๆก็ไม่มีอะไรมาก แต่อีกสัก 2 อาทิตย์คงลืมหน้ากันหมดแล้วล่ะ

 

อนึ่ง จุดเด่นที่หนังชุดนี้มีเหนือกว่าหนังหลายๆเรื่องก็คือเพลงประกอบครับ ภาคนี้ก็เช่นกัน ในความเนิบ ความอึด ความพิรี้พิไรของมันในช่วงแรกก็ทำให้เราได้ฟังเพลงเพราะๆ เจ๋งๆ เปิดคลอเบาๆเป็นเพลงประกอบฉากตั้งหลายเพลง เพลินหูอยู่ไม่น้อย แถมด้วยฉากเครดิตตอนท้ายที่เลือกใช้เพลงเก่งอย่าง "A Thousand Years" ของ Christina Perri มาประกอบกับภาพของนักแสดงทุกคนตั้งแต่ภาคแรก มันลงตัวกับเรื่องราว ทำให้แฟนๆซาบซึ้ง อบอุ่น และชวนใจหายอยู่เหมือนกัน

 

สรุปแล้ว เราคิดว่าถ้าไม่ใช่แฟนทไวไลท์ ควรที่จะไปดู 'The Twilight Saga: Breaking Dawn: Part 2' ในโรงกันนะครับ ยิ่งคนเยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เพราะแม้ว่าตัวหนังมันจะโคตรงั้นๆ เอฟเฟกไม่ตระการตา เพลงประกอบก็ยังเจ๋งอยู่ แต่อารมณ์ร่วมของคนรอบข้างมันวิเศษมากจริงๆ ซึ่งเรามั่นใจว่าหาที่บ้านไม่ได้แน่นอน เราให้คะแนนหนังบวกกับบรรยากาศในโรงที่ 9/10 ครับ นานๆทีจะเจออะไรแบบนี้สักที ส่วนถ้าคะแนนหนังเพียวๆน่ะหรอ อย่ารู้เลย ; )

 

Comment

Comment:

Tweet

มันมากอะสวดยอด

#29 By wandee (103.7.57.18|127.0.0.1, 182.52.105.143) on 2012-12-17 13:55

ทำไมโรงเราเงียบ กับ เงิบล่ะค่ะ ;-;
แค่ตอนหักมุมรู้สึกว่า...เอ่อะ...? จบงี้เลยหรอ =3=....
มันเฟลเล็กๆ แต่เบลล่าสวยกว่าภาคก่อนๆ
เรเนสเม่น่ารัก เจนสวย โอเค 55555+

#28 By -:+Hell whalE+:- on 2012-12-02 12:17

ตอนเราไปดู ทั้งโรงหนังเงียบกริบค่ะ หนังจบก็ทยอยๆ กันออกไปเงียบๆ ฮา
ถ้าดูจากทั้งหมด 4 ภาค ส่วนตัวคิดว่าภาคนี้ค่อนข้างดีใช้ได้ แต่ Opening กับ Soundtrack สุดยอดจริงๆค่ะ ยอมรับเลย = =b

#27 By Lynx on 2012-11-28 12:37

ยังไม่ได้ดูเลยคะ อยากดูมาก T^T

#26 By MAMEOWZ ♪ on 2012-11-27 19:38

ภาคสุดท้ายแล้ว ก็อยากจะส่งท้ายกันหน่อย จะหาเวลาไปดูcry

#25 By jin on 2012-11-24 12:51

ภาพสุดท้ายโรแมนติคจังเลย

#24 By briggs on 2012-11-22 11:13

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
ภาคนี้ดีมากๆเลยค่ะ ยอมเค้าเลย ฮิๆ

#23 By nannaPHAT on 2012-11-21 22:07

ตั้งแต่ภาคแรกที่ติดตาม จนตอนนี้บอกได้คำเดียวชอบมากๆๆๆๆๆๆๆ อยากให้มีภาคต่ออ่ะ

#22 By minnyjoky on 2012-11-21 20:50

ที่เราชอบ คือมุมมอง บรรยากาศ ทุกอย่างเข้ากัน ลงตัว ที่สำคัญคือเพลงประกอบ เพราะมากเกือบทุกภาคเลย เด๋วจะไปสอย อิอิ

#21 By Serina_Z on 2012-11-21 15:44

ชอบอ่านสปอยconfused smile

#19 By Rocky on 2012-11-21 11:40

ชอบเพลง A Thousand Years มากจนเปิดฟังวันละหลายๆรอบเลยล่ะค่ะ
ความจริงแล้วเราไม่ใช่คนที่อินอะไรกับทไวไลท์มากนัก แต่ภาคนี้ทำออกมาแล้วแบบ เออ...ความรักระหว่างเบลล่ากับเอ็ดเวิร์ดต้องฝ่าฟันอะไรมามากมายหลายสิ่งนะ แล้วพอลองมองดูตัวเองแล้วก็พบว่า ทุกๆคนมีเหตุผลที่จะต้องต่อสู้เพื่อสิ่งสำคัญบางอย่างในชีวิตเหมือนๆกัน และเราต่างก็อยากอยู่กับคนที่เรารักไปตลอด
ไปๆมาๆอินซะงั้น =[]=!
ภาคนี้ทำได้ดีตรงที่มาตามหนังสือเป๊ะ เว้นฉากหักมุมที่คนอ่านหนังสือมาเงิบบบบบบบ นึกว่าแจสเปอร์กับเซธตายแล้ว T^T 
ปล. ชอบเครดิตท้ายเรื่องเหมือนกันค่ะ Hot!

#17 By This is ALPHA. on 2012-11-20 23:00

ภาคนี้ยังไม่ได้ดูแต่มาอ่านสปอยล์ก่อนกันไว้เผื่อว่าหนังมันดูแล้วไม่คุ้มค่าเงิน....(ภาคที่ไม่ชอบสุดๆคงภาค 2 มั้ง)
ที่ไปดูส่วนใหญ่เพราะพระเอกและนางเอกกับบทโรแมนติก และรักระทึกของแวมไพรส์  
ตามตรงคือหนังโรแมนติกไม่ใช่สไตล์ที่โปรดเลยไม่อินกับเรื่องซักเท่าไหร่น้อออ =w=

#16 By Ladygreen on 2012-11-20 22:30

ไม่เคยดูมาก่อนเหมือนกันค่ะ
แต่ไปดูในโรงมาเหมือนกัน ฮ่า
สนุกดีๆ double wink 
เพลงประกอบเพราะมากกกกกก
ชอบ

#15 By I am nobody on 2012-11-20 22:06

หนังดีมากเลยครับ
แต่เพราะผมอ่านหนังสือมาก่อนเลยไม่ต้องเดาอะไรให้เมื่ิอย
เห็นด้วยกับเรื่องปม เหมือนกับทำตามให้ครบในหนังสือผ่านๆให้คลายไปเฉยๆ เหมือนหนังจะไปเน้นพวกพลัง ต้อสู้ซะมากกว่า

#14 By lastraindrop on 2012-11-20 18:49

ในหนังทำตามออริจินอลในหนังสือเป๊ะๆ
คลายปมไปทีละเรื่อง แต่ไอ้ฉากหักมุมนี่เป็นอะไรที่เพิ่มมาใหม่ แถมสุดยอดมากๆ อ๊าก ฟิน 55+ 
ส่วนกราฟฟิกดูแล้วเครียดเลย เนสซี่ หนูหลอนมากอ่ะ 55+

#13 By Honya_p (103.7.57.18|101.109.228.142) on 2012-11-20 18:30

เราชอบภาคนี้เพราะมันหักมุมนี่แหละ ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกก เพราะถ้าไม่มีแล้วยึดตามหนังสือมันจะจืดมาก - -

#11 By semsem on 2012-11-20 01:43

ตอนหักมุมในโรงที่ไปดูกลับ โหยยย กันทั้งโรง
โดยส่วนตัวแล้วเคยดูแค่ภาคแรก แล้วก็มาภาคนี้เลย
เห็นเทรลเลอร์มันดึงดูดดี แต่รู้สึกเหมือนโดนหลอกให้มาดู ฮ่าาาา
แต่ดูแล้วโอเคนะ เพลงประกอบเพราะมาก

#10 By TiGGeR-L on 2012-11-19 22:54

ดูมาแล้วคนขำเหมือนกันHot!

#9 By วิหคสีคราม on 2012-11-19 19:38

ชอบตอนหักมุมในโรงหนัง 
ฮากันทั้งโรงจริงๆ

#8 By kn-ifme on 2012-11-19 19:34

ยังไม่ได้ไปดู้เลยแต่เป็นคนชอบอ่าน Spoiler 555 sad smile

#7 By Lady Fara on 2012-11-19 19:09

แบบนี้ต้องไปดูแล้วล่ะ

#6 By Jota comic D on 2012-11-19 18:59

เผอิญได้รางวัลไปดูวันพุธ  บรรยากาศค่อนข้างต่างนะคะ
พอหักมุมปุ๊บ คนแบบ..อารมณ์โห่กันเลยอ่ะ
พอตอนใกล้จบ คือพอรู้ว่าไม่มีอะไรต่อแน่ๆแล้ว
ก็ลุกกันออกจากโรงเลย  เราก็แบบเสียดายเวลาดู
ตอนต้นๆรู้สึกล้นๆนะ แบบอะไรจะหายอยากเลือดง่ายปานนั้น
ลองสองที ทำได้เลย บลาๆๆๆ  โกรธเจค็อบจนซัดเอาๆอีก
แต่ที่เซ็งกว่า ทะแม่งๆตั้งกะคนโน้นนี้หัวขาดละ
ผิดวิสัยหนังเรื่องนี้อย่างแรง พอเฉลยหักมุม แบบ..
เนื้อเรื่องมีแค่นี้อย่าแบ่งภาคมาเลย

#5 By S3P on 2012-11-17 21:46

ฟินนนนนนนนนนนนนนสุดเลยค่ะ
ตอนแรกก็คิดว่าเค้าจะดำเนินเรื่องแบบน่าเบื่อเหมือนกันนะ
แต่พอเจอแบบนี้เข้าไป ประทับใจไปเลยอ่ะ
เดินออกจากโรงมีแต่คนยิ้ม ^^

อย่างที่บอกว่ามีส่วนที่ไม่เข้าทีอยู่บ้าง
คิดว่าอาจเป็นเพราะยัดเนื้อเข้าไปไม่หมดแล้ว
ใส่เยอะกว่านี้อาจจะแน่นเกินอะไรแบบนี้ป่ะ 55

แต่โดยรวมแบบก็จบแบบประทับใจ จนลืมส่วนหลุดตอนอื่นๆไปเลยค่ะ ชอบๆๆ B+ เช่นกันค่ะ open-mounthed smile

#4 By ms mod. on 2012-11-17 11:23

แต่ผมไม่ค่อยปลื้มกับกราฟฟิก เรเนสเม่ ตอนช่วงทารก ก่อนเปลี่ยนเป็นเด็กจริงนะ มันดูขัดๆในตา เหมือนภาพเบลอๆ

#3 By แสนไกร on 2012-11-17 08:26

แต่เรากลับคิดว่า Dakota Fanning เล่นเป็นตัวร้าย ยืนทำหน้านิ่งๆจิกๆแบบนั้นล่ะ เหมาะแล้วHot! Hot!

#2 By KANYA on 2012-11-17 07:21

ผมไม่ฮากับหลายๆมุขที่ใส่เข้ามาในหนังเลยครับ แต่คนในโรงนี่สิ หัวเราะกับเหมือนเมายา
ผมชอบไตเติ้ลก่อนเข้าหนังที่เป็นเกล็ดหิมะ สวยมาก เล่นสี ขาว แดง ดำ อลังการ
ส่วนตอนจบที่เอาเพลง  A Thousand Years มาประกอบเล่นเอาผมใจละลายเลย โรแมนติกเกิน 
สวนจุดหักมุม ผมก็เงิบครับ และทำให้ไม่ปลื้มภาคนี้ตรงมันหักมุมได้กระชากใจมากsad smile
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#1 By บีชบอย on 2012-11-17 00:38